– เรื่องราวของผีดิบเดินได้ที่เรียกว่าซอมบี้นี้เกิดขึ้นครั้งแรกในดินแดนแถบริมฝั่งทะเลคาริบเบียน ต่อมาได้เผยแพร่ขยายไปในส่วนต่างๆของยุโรป ผู้ที่ทำพิธีกรรมทางไศยศาสตร์ ปลุกผีดิบพวกนี้ขึ้นมาคือบรรดาพ่อมดหมอผีผู้รอบรู้เกี่ยวกับวิชามนต์ดำในลัทธิวูดู อันเป็นลัทธิหนึ่งซึ่งมีวิธีปลุกศพคนตายให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาด้วยอำนาจแห่งไสยเวทย์ โดยการท่องมนต์ลึกลับอ้อนวอนต่อ “เวสตู” เทพเจ้าแห่งปีศาจและความชั่วร้าย นอกจากนั้นลัทธิวูดูยังมีมีพิธีการเกี่ยวกับการสาปแช่งและสังหารศัตรูด้วยวิธีการของมนต์ดำ
– ซอมบี้ที่ตายไปแล้วเป็นซอมบี้ที่เกิดจากเวทมนตร์ดำ มักจะไม่ทำร้ายผู้คน เว้นแต่จะเป็นซอมบี้ที่ถูกปลุกจากพวกหมอผีหรื่อพวกลัทธินอกรีต มักจะมีนิสัยดุร้าย ชอบกินพวกซากคนตายตามสุสานซากสัตว์ต่างๆหรือแม้แต่คนเป็นก็ย่อมได้ ซอบี้พวกนี้มีลักษณะผอมโซ เคลื่อนที่ช้า แต่บางพวก เช่น ซอมบี้ที่มีชื่อว่าน็อตซือเฮอเรอร์(nachtzeher)จะมีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว
– ซอมบี้ที่ถูกดัดแปลงเป็นซอมบี้ที่เกิดจากพวกนักวิทยาศาสตร์ที่ทดลองเกี่ยวกับชีวเคมี ส่วนใหญ่คือ พวกแฟรงเก้นสไตน์นั่นเอง แต่ที่ปรากฏในเกมหรือภาพยนตร์ มักจะเป็นซอมบี้ที่เกิดจากการทดลองไวรัสปรสิต มีการเคลื่อนไหว่เชื้องช้า(เพราะเป็นคนที่ตายไปแล้วเลือดจะแข็งตัว ทำให้เคลื่อนไหวลำบาก)เมื่อใดที่ซอมบี้พวกนี้กัดหรือข่วนมนุษย์ในไม่ช้า คนๆนั้นก็จะกลายเป็นซอมบี้เช่นเดียวกัน ซอมบี้พวกนี้ลักษณะเป็นคนหน้าซีด ตาขาว มีฟันที่ไม่ตรงกันและมีฟันที่เหลือง มีเลือดชุ่มตัว น่าสยดสยอง มีจุดอ่อนที่หัวเพราะซอมบี้พวกนี้ มักถูกไวรัสควบคุมที่สมอง ถ้าใช้อาวุธคมพวกขวานหรือ ดาบฟันเข้า จะหยุดการทำงานของซอมบี้ ส่วนภาพยนตร์ที่โด่งดังที่ทุกคนรู้จักซอมบี้ในทุกๆแห่ง คงหนีไม่พ้นหนังเรื่อง Resident Evil(ผีชีวะ) ซึ่งดัดแปลงมาจากเกม Resident Evil มาทำเป็นภาพยนตร์นั่นเอง
บ้านผีปอบ
งานสร้าง[แก้]
ที่มา[แก้]
ในช่วงที่ตลาดหนังไทยยังพอไปได้ แต่ยังไม่ค่อยดี บริษัทกรุ๊ฟโฟร์ ที่มีทีมงานอยู่ไม่กี่คนได้รวมตัวกันเพื่อจะสร้างหนัง ซึ่งคิดว่าหนังผีน่าจะเป็นทางออกที่น่าจะประสบความสำเร็จได้ มีความเสี่ยงน้อยที่สุด โดยช่วยกันหาเงินมาทำหนัง เรื่องหนึ่งใช้เงินประมาณ 4 แสนกว่าบาท โดยประเด็นที่เลือกคือผีปอบ เพราะเคยมีหนังผี กระสือ หรือ แม่นาคพระโขนง และคิดว่าการนำเสนอเรื่องผีปอบที่ชาวบ้านเล่าลือกันมากในแถบภาคอีสานเป็นสิ่งใหม่และไม่มีใครทำมาก่อน[3]
การถ่ายทำ[แก้]
ในภาคแรกได้งบประมาณในการสร้างน้อยมาก ใช้เวลาถ่ายทำที่สุพรรณบุรีเพียง 7 วัน และใช้นักแสดงหน้าใหม่เกือบทั้งหมด ในภาคต่อมาเริ่มมีเงินทุนมากขึ้น มีเวลาถ่ายทำมากขึ้น ตั้งแต่ 10-20 วัน จนภาค 13 ใช้เวลาถ่ายทำถึง 2 เดือน [3]
เนื้อหา[แก้]
โครงเรื่องของภาพยนตร์เรื่อง บ้านผีปอบ จะคงโครงเรื่องเดิม ๆ ไว้ คล้ายๆ กันทุกภาค แต่จะเปลี่ยนมุกตลกต่างๆ เนื้อเรื่องหลักคือ กลุ่มแพทย์จากกรุงเทพฯ ที่มารักษาชาวบ้าน เจอเหตุการณ์แปลกๆในหมู่บ้าน อันเนื่องมาจากการอาละวาดของผีปอบ ชาวบ้านก็ต่างหาวิธีจับผีปอบ แต่สุดท้ายก็โดนผีปอบอาละวาดกลับ โดยลักษณะจุดเด่นของบ้านผีปอบคือ การวิ่ง ไล่หนีกันระหว่าง ผีปอบ และ ตัวละครในเรื่อง[3]
ปอบ[แก้]
ในแต่ละภาคจะมีผีปอบอย่างน้อย 1 คนที่คอยปั่นป่วนชาวบ้านเสมอ ในภาคแรกปอบคือ ยายทองคำ (รับบทโดย สุชาดา อีแอม) มีเอกลักษณ์ตรงใบหน้าที่ดุร้าย ไม่ค่อยมีอารมณ์ขันมากนักสำหรับภาคแรก (ยายทองคำกลับมาอีกครั้งในภาค 11) คนต่อมาคือ ยายหยิบ หมอผีประจำหมู่บ้าน ผู้เล่นของและคุณไสย จนกลายเป็น ปอบหยิบ (รับบทโดย ณัฐนี สิทธิสมาน) ซึ่งปรากฏตัวครั้งแรกในภาค 2 ลักษณะท่าทางยังคงความน่ากลัวอยู่ จนภาค 3 ที่ปรับให้เพิ่มความตลกขบขันจนได้รับเสียงตอบรับที่ดี ปอบหยิบมีเอกลักษณ์คือ ท่าหยิบ ที่ได้แรงบันดาลใจจากไก่ต้มที่โดนสับคอแล้วปีกจะกระดกขึ้นมา ส่วนในภาค 8 ปอบหยิบจะหายไป และมีปอบคนใหม่ คือ ผีปอบฝรั่งชื่อ แอน (รับบทโดย วิกกี้ สาริกบุตร) เนื่องจากเปลี่ยนผู้กำกับจาก ศรีสวัสดิ์ ที่กำกับมาตลอด 7 ภาค มาเป็น ธงทอง แต่ก็ล้มเหลว จนปอบหยิบต้องกลับมาอีกครั้งในภาค 9 เป็นต้นมา[3]
ภาค[แก้]
| ปี | ชื่อภาค | ปอบ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| 2532 | บ้านผีปอบ | ปอบทองคำ | เปิดตัวปอบทองคำ |
| 2532 | บ้านผีปอบ 2 | ปอบหยิบ ปอบกระดึง | เปิดตัวปอบหยิบ, ใช้มุขหลบในตุ่มเป็นครั้งแรก |
| 2533 | บ้านผีปอบ 3 | ปอบหยิบ ปอบหมอผีคล้าย | เปลี่ยนนางเอกจาก ตรีรัก รักการดี เป็น รักษ์สุดา สินวัฒนา , เกียรติ กิจเจริญ (ซูโม่กิ๊ก) รับบทเป็นพระรอง เรื่องบ้านผีปอบ (3-7) อย่างเต็มตัว |
| 2534 | บ้านผีปอบ 4 | ปอบหยิบ ปอบหมอผีคล้าย | เปิดตัวบุญชอบ (กฤษณ์ ศุกระมงคล), มุข กระโดดถอยกลับ โดยเทคนิค ภาพ Auto Reverse ใช้ในภาคนี้[4], มุข ทาสีทำเป็นประตูลวง, ปอบหยิบ ไถล สเก็ตบอร์ด |
| 2534 | บ้านผีปอบ' 34 (ภาค 5) | สร้างโดยทีมงานอื่น ใช้ชื่อว่า บ้านผีปอบ' 34 และเมื่อทีมงานบ้านผีปอบ 1-4 มาสร้างภาคต่อ ก็ข้ามไปภาคที่ 6 เลย โดยถือว่าภาคนี้เป็นภาคที่ 5 เพื่อไม่ให้ผู้ชมสับสน ภาคนี้มีเนื้อเรื่องใหม่หมด เปลี่ยนปอบเป็น มณีรัตน์ วัยวุฒิ,มุขเอาของออกจากป้ายโฆษณา | |
| 2534 | บ้านผีปอบ 6 | ปอบหยิบ | ปอบหยิบกลับมา พร้อมอุปกรณ์จับผีปอบแบบพิสดารมากมาย เปลี่ยนจากกลุ่มตลกกลิ่นสี เป็น ซูโม่สำอาง อย่าง ซูโม่โค้ก (สมชาย เปรมประภาพงศ์) และ ซูโม่เอ๋ (เกรียงไกร อมาตยกุล) ร่วมด้วย สุเทพ ประยูรพิทักษ์, ภาคนี้ ธงชัย ประสงค์สันติ ไม่ได้แสดง, มุข ปอบหยิบบินได้ด้วยพัดสันกำแพง |
| 2535 | บ้านผีปอบ 7 | ปอบหยิบ | ไล่จับผีปอบถึงเขาพระวิหาร, ธงชัย ประสงค์สันติ กลับมาแสดงนำอีกครั้ง, ภาคสุดท้ายของ เกียรติ กิจเจริญ |
| 2535 | บ้านผีปอบ 8 | ปอบแอน (ปอบฝรั่ง) | สมาชิกในทีมวิจัยผีปอบ คือ แอน โดนผีปอบเข้าสิง , กลุ่มตลก กลิ่นสี (กาละแม, ซานโต๊ส,ชลิต) กลับมาร่วมแสดงใน Series บ้านผีปอบ อีกครั้ง, ศุภกร อุดมชัย และ ท้วม ทรนง มาร่วมกลุ่มวิ่งหนีผีปอบด้วย |
| 2536 | บ้านผีปอบ 9 | ปอบหยิบ, ปอบแอน (ปอบฝรั่ง) | ปอบหยิบสร้างความอลหม่านในกรุงเทพฯ เพราะหลุดหลงกับทีมนักวิจัยผีปอบ ที่ สถานีรถไฟหัวลำโพง, กล้วย เชิญยิ้ม มาร่วมแสดงอยู่ในแก๊งค์วิ่งหนีผีปอบเช่นกัน, ตลกอาวุโส สงัด เหงือกงาม กลับมาเล่นเป็น ลุงบิลลี่ อีกครั้งในภาคนี้, มุกวิ่งเข้าไปหลบในทีวี |
| 2536 | บ้านผีปอบ 10 | ปอบหยิบ | มีของเล่นประเภทจรวด, วิ่งหนีปอบหยิบรอบบริเวณที่ฉาย หนังกลางแปลง, มุกขึ้นรถชาวบ้านพอถึงที่หมายแล้วคิดเงิน |
| 2537 | บ้านผีปอบ 11 | ปอบหยิบ ปอบทองคำ | ปอบทองคำฟื้นคืนชีพ ขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะภาพวาดในหนังสือการ์ตูนบ้านผีปอบ , หม่ำ จ๊กมก และ น้อย โพธิ์งาม มาร่วมแสดงอยู่ในแก๊งค์ วิ่งหนีผีปอบ เป็นภาคแรก ในภาคนี้, มี อ.อู๊ดดี้- ชัยณรงค์ อริยะประเสริฐ นักวาดภาพชื่อดัง จากรายการ มาตามนัด รับบทเป็นนักเขียนการ์ตูน เรื่อง บ้านผีปอบ |
| 2537 | บ้านผีปอบ 13 | ปอบหยิบ ปอบดี้ (ผีปอบเขมร) | ข้ามภาคที่ 12 ไปเลย โดยให้เหตุผลว่า เพื่อไม่ให้เป็นผีโหลๆ ภาคนี้มีนักแสดงและทุนสร้างมากขึ้น,ผีปอบอาละวาดหนักขึ้น โดยที่ชาวบ้านได้แต่สงสัยว่านอกจากปอบหยิบแล้ว ใครเป็นผีปอบที่ออกอาละวาดอีกบ้าง, มุกวิ่งหนีลงตุ่มกลับมาใช้ในภาคนี้ |
| 2551 | บ้านผีปอบ 2008 | ปอบหยิบ | ปอบหยิบกลับมาอีกครั้ง จากการปลุกขึ้นมาของหมอคล้าย (กลศ อัทธเสรี) สร้างความอลหม่านให้ชาวบ้านไปทั่วในรอบ 14 ปี ภาคนี้นับเป็นภาคที่ 14 ของ Series บ้านผีปอบ,กล้วย เชิญยิ้ม กลับมาแสดงอีกครั้ง, รวิช ไรวินท์ แจ็ค เชิญยิ้ม และ สมเจต พยัฆโส ร่วมแสดงอยู่ในแก๊งค์วิ่งหนีผีปอบด้วย, มี ทีมนักพากย์พันธมิตร มาพากย์ในบางคน |
| 2554 | บ้านผีปอบ รีฟอร์เมชั่น | ปอบหยิบ [5] | ปอบหยิบอาละวาดอีกครั้งหลังจากตกหน้าผาหายสาบสูญไป 20 ปีก่อน มีการเสริมในเรื่องของเทคโนโลยีทันสมัย มีนักแสดงตลกจากวงการโฆษณากับทีมนักพากย์พันธมิตรมาร่วมกลุ่มวิ่งหนีผีปอบด้วย, กรุ๊ฟโฟร์กลับมาสร้างอีกครั้ง,ได้ สายยนต์ ศรีสวัสดิ์ ผู้กำกับบ้านผีปอบคนแรกมาช่วยควบคุมงานสร้างอีกด้วย, ปอบหยิบไถลสเก็ตบอร์ดอีกครั้ง |
การตอบรับ[แก้]
ความนิยม[แก้]
บ้านผีปอบ เป็นภาพยนตร์เกรดบี ในภาคแรกเวลาฉายจะไม่ค่อยได้รอบพิเศษเหมือนภาพยนตร์เกรดเอ จนในภาคสอง มีบางโรงภาพยนตร์ฉายเพิ่มรอบเที่ยงคืน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของภาคสามและก็ทำเรื่อยมา ซึ่งจากรายได้ที่ฉาย ในกรุงเทพจะได้ไม่มากนัก แต่ในต่างจังหวัดอย่างในภาคอีสานและภาคเหนือหนังประสบความสำเร็จทุกภาค ครั้งหนึ่งขณะถ่ายทำภาค 7 ที่เขาพระวิหาร จังหวัดศรีสะเกษ มีคนมามุงดูการถ่ายทำอยู่มาก และมีคนมาขอลายเซ็นณัฐนี สิทธิสมาน, เกียรติ กิจเจริญ, ธงชัย ประสงค์สันติ สามดารานำในเรื่อง ทั้งคนไทยและกัมพูชากันแน่นขนัด[3]
สิ่งสืบเนื่อง[แก้]
บ้านผีปอบ มีอิทธิพลต่อภาพยนตร์ในรุ่นหลัง ๆ ที่มักมีสไตล์ที่เลียนแบบหรือล้อเลียนมา อย่างเช่น ในปี 2551 มีภาพยนตร์เรื่องบ้านผีเปิบ ที่ได้รับอิทธิพลมาจากบ้านผีปอบ แต่มีเนื้อเรื่องและสไตล์ที่ต่างกัน ตามยุคตามสมัย[6] ในปีเดียวกันภาพยนตร์เรื่อง ว้อ ... หมาบ้ามหาสนุก ที่มีภาพลักษณะชาวบ้านวิ่งหนีหมาบ้า คล้ายๆ กับบ้านผีปอบ[7]
หลวงพี่กับผีขนุน
หลวงพี่กับผีขนุน ภาพยนตร์ไทย ออกฉายในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 กำกับโดย ดุลยสิทธิ์ นิยมกุล จัดจำหน่ายโดย สหมงคลฟิล์ม ภาพยนตร์ทำรายได้ 20 ล้านบาท[1]
นักแสดง[แก้]
- ทศพล ศิริวิวัฒน์ รับบทเป็น เสือ
- เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา รับบทเป็น จ่าคงเดช
- นทีพร เชื้อบัณฑิตย์ รับบทเป็น ผีขนุน / เจ๊ปริก
- อชิรญาณ์ ภีระภัทร์กุญช์ชญา รับบทเป็น กุ๊กไก่
- กิตติศักดิ์ ชูศรี
- เพชร ดาราฉาย
- บุญถิ่น ทวยแก้ว
- ชาติศักดิ์ พัฒนเผ่าพันธุ์



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น