วันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

กุหลาบบ

กุหลาบเป็นไม้ตัดดอกที่มีการปลูกเป็นการค้ากันแพร่หลายทั่วโลกมานานแล้ว กุหลาบเป็นไม้ตัดดอกที่มีการซื้อขาย เป็นอันดับหนึ่งในตลาดประมูลอัลสเมีย ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นตลาดประมูลไม้ดอก ที่ใหญ่ที่สุดของโลก เมื่อ พ.ศ. 2542 มีการซื้อขายถึง 1,672 ล้านดอก และมักจะมียอดขายสูงสุดในประเทศต่าง ๆ เมื่อเปรียบเทียบกับไม้ดอกชนิดอื่น ๆ โดยประเทศที่ปลูกกุหลาบรายใหญ่ของโลกได้แก่ อิตาลี เนเธอร์แลนด์ สเปน สหรัฐอเมริกา โคลัมเบีย เอกวาดอร์ อิสราเอล เยอรมนี เคนยา ซิมบับเวเบลเยียม ฝรั่งเศส เม็กซิโก แทนซาเนีย และมาลาวี เป็นต้น
ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกกุหลาบตัดดอกประมาณ 5,500 ไร่ กระจายอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ แหล่งปลูกที่สำคัญได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ตาก นครปฐมสมุทรสาคร ราชบุรี และกาญจนบุรี มีการขยายตัวของพื้นที่มากที่สุดใน อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ซึ่งปัจจุบันประมาณว่ามีพื้นที่การผลิตถึง 3,000 ไร่ เนื่องจาก อ.พบพระ มีสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสม พื้นที่ไม่สูงชัน และค่าจ้างแรงงานต่ำ (แรงงานต่างชาติ) การผลิตกุหลาบในประเทศไทยอาจแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะคือ การผลิตกุหลาบในเชิงปริมาณ และการผลิตกุหลาบเชิงคุณภาพ การผลิตกุหลาบเชิงปริมาณ หมายถึงการปลูกกุหลาบในพื้นที่ขนาดใหญ่ หรือปลูกในพื้นที่ราบ ซึ่งจะให้ผลผลิตมีปริมาณมาก แต่ผลผลิตไม่ได้คุณภาพ เช่น ดอกและก้านมีขนาดเล็ก มีตำหนิจากโรคและแมลง หรือการขนส่ง อายุการปักแจกันสั้น ทำให้ราคาต่ำ การผลิตชนิดนี้ต้องอาศัยการผลิตในปริมาณมากเพื่อให้เกษตรกรอยู่ได้ ส่วนการผลิตกุหลาบในเชิงคุณภาพ นิยมปลูกในเขตภาคเหนือ และบนที่สูง โดยปลูกกุหลาบภายใต้โรงเรือนพลาสติก ในพื้นที่จำกัด มีการจัดการการผลิตและการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวที่ดี ใช้แรงงานที่ชำนาญ ทำให้กุหลาบที่ได้มีคุณภาพดี และปักแจกันได้นาน ตลาดของกุหลาบคุณภาพปานกลางถึงต่ำ (ตลาดล่าง) ในปัจจุบันถึงขั้นอิ่มตัว เกษตรกรขายได้ราคาต่ำมาก ส่วนตลาดของกุหลาบที่มีคุณภาพสูง (ตลาดบน) ผลผลิตในประเทศยังไม่เพียงพอ และขาดความต่อเนื่อง ทำให้ยังต้องนำเข้าดอกกุหลาบจากต่างประเทศ เช่น เนเธอร์แลนด์ และมาเลเซีย เป็นต้น
ประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิตกุหลาบคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง หากแต่จะต้องผลิตในพื้นที่ที่เหมาะสม คือพื้นที่สูงมากกว่า 800 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล หากปลูกในที่ราบจะได้คุณภาพดีในช่วงฤดูหนาวเท่านั้น ดังนั้นการผลิตกุหลาบมีแนวโน้มเพิ่มพื้นที่การผลิตบนที่สูงมากขึ้น


สนสองใบหรือเกี๊ยะดำ ชื่อวิทยาศาสตร์Pinus merkusii ภาษากะเหรี่ยงเรียกโชซู ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ลำต้นตรง เปลือกสีดำหรือน้ำตาลอมดำ เปลือกหนามาก กระพี้สีเหลืองอ่อน มียางซึมออกมาจากแก่น ใบเดี่ยวเป็นกระจุก กระจุกละสองใบ โคนแยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน โคนตัวผู้ออกเป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง เป็นช่อสีเหลือง โคนตัวเมียใหญ่กว่าตัวผู้ มีเกล็ดโดยรอบ สีเหลืองอมเขียว ภายใต้เกล็ดมีโอวุลหลายอัน เมล็ดมีปีกบางๆ 2 ปีก เนื้อไม้ใช้ทำโครงสร้างต่างๆของบ้าน เช่น ฝา เสา หลังคา และใช้ทำฟืน
สนทะเล (ชื่อวิทยาศาสตร์Casuarina equisetifolia) เป็นพืชท้องถิ่นในบริเวณตั้งแต่พม่าถึงเวียดนาม และออสเตรเลีย [1] พบในมาดากัสการ์ด้วย แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นพืชท้องถิ่นในบริเวณนั้นหรือไม่[2][3] มีการนำไปปลูกในสหรัฐและแอฟริกาตะวันตก[4]และเป็นพืชรุกรานในฟลอริดา[5][6]
สนทะเล เป็นพืชมีดอก ส่วนปลายกิ่งเปลี่ยนไปทำหน้าที่สังเคราะห์ด้วยแสงจึงมีสีเขียว ใบจริงติดเป็นวงรอบข้อ ผลขนาดเล็กคล้ายลูกทุเรียน แข็ง แห้งแตก ปล่อยเมล็ดกระจายออกไป เมล็ดมีปีก ปลิวตามลมได้ดี ลำต้นลู่ลมได้ดี ลดแรงต้านจากพายุ เปลือกลำต้นขรุขระทำให้น้ำฝนไหลผ่านได้ช้า สามารถดูดซับแร่ธาตุจากน้ำฝนได้ดี มีเห็ดอาศัยร่วมกับรากสนช่วยย่อยสลายเศษซากพืชเพื่อให้สนใช้เป็นปุ๋ย เปลือกไม้ใช้ทำสีย้อมผ้าได้
สนสามใบ หรือ เกี๊ยะแดง (ชื่อวิทยาศาสตร์Pinus kesiyaภาษากะเหรี่ยงเรียก โชบอ) เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ลำต้นตรง เปลือกสีน้ำตาลแดง หลุดออกเป็นเกล็ด ใบเดี่ยวเป็นกระจุก สีเขียวอ่อนกระจุกละสามใบ โคนแยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน โคนตัวผู้ออกเป็นกลุ่ม เมื่ออ่อนเป็นสีเหลืองซีด แก่แล้วเป็นสีม่วง โคนตัวเมียสีม่วงอมเขียว เป็นเกล็ดเล็ก ๆ เรียงเวียน แต่ละเกล็ดมีกาบรองรับ แต่ละกาบมี 2 โอวุลโคยตัวเมียที่เจริญเต็มที่เป็นรูปกรวย เมล็ดมีครีบสีขาวบางเป็นปีก เนื้อไม้ใช้ทำโครงสร้างต่างๆของบ้าน เช่น ฝา เสา หลังคา และใช้ทำฟืน

สนใบพาย (ชื่อวิทยาศาสตร์Podocarpus polystachyus) เป็นสนในสกุล Podocarpus กระจายพันธุ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้[1] ลักษณะเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูง 4-8 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับรูปรีถึงรูปขอบขนานแกมรูปหอก กว้าง 0.4-0.5 เซนติเมตร ยาว 3-7 เซนติเมตร ดอกแยกเพศ แยกต้น ดอกเพศผู้สีเหลืองอ่อน ออกเป็นช่อแกนคล้ายหางกระรอกตามง่ามใบ เป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3-5 ช่อ แต่ละช่อยาว 2-4.5 เซนติเมตร ดอกเพศเมียออกเดี่ยวตามง่ามใบ รังไข่ตั้งอยู่บนก้านส่วนที่บวม ผลกลมมนหรือเบี้ยว ขนาดกว้าง 7 มิลลิเมตร ยาว 9 มิลลิเมตร[2] สนใบพายนิยมปลูกเป็นไม้ประดับ ลำต้นใช้ทำของใช้และใบอาจใช้รักษาโรคปวดข้อได้[3]
สนหิน ชื่อวิทยาศาสตร์Pinus pinea เป็นสนที่เป็นพืชพื้นเมืองในบริเวณทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ยุโรปใต้และบริเวณเลอแวนต์หรือซีเรีย และยังพบตามธรรมชาติในแอฟริกาเหนือ หมู่เกาะแคนารี แอฟริกาใต้ และนิวเซาท์เวลส์ ใช้ปลูกเพื่อรับประทานเมล็ดตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ พบในสวนสาธารณะเกือบทั่วโลก และได้รับรางวัลจากสมาคมพืชสวนหลวง[1]


เทคโนโลยี  หรือ เทคนิควิทยา มีความหมายค่อนข้างกว้าง โดยทั่วไปหมายถึงธรรมชาติวิทยาและต่อเนื่องมาถึงวิทยาศาสตร์ มาเป็นวิธีการปฏิบัติและประยุกต์ใช้เพื่อช่วยในการทำงานหรือแก้ปัญหาต่าง ๆ อันก่อให้เกิดวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร แม้กระทั่งองค์ความรู้นามธรรมเช่น ระบบหรือกระบวนการต่าง ๆ เพื่อให้การดำรงชีวิตของมนุษย์ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น 
เทคโนโลยีก่อเกิดผลกระทบต่อสังคมและในพื้นที่ที่มีเทคโนโลยีเข้าไปเกี่ยวข้องในหลายรูปแบบ เทคโนโลยีได้ช่วยให้สังคมหลาย ๆ แห่งเกิดการพัฒนาทางเศรษฐกิจมากขึ้นซึ่งรวมทั้งเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ในหลาย ๆ ขั้นตอนของการผลิตโดยใช้เทคโนโลยีได้ก่อให้ผลผลิตที่ไม่ต้องการ หรือเรียกว่ามลภาวะ เกิดการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติและเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีหลาย ๆ อย่างที่ถูกนำมาใช้มีผลต่อค่านิยมและวัฒนธรรมของสังคม เมื่อมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้นก็มักจะถูกตั้งคำถามทางจริยธรรม
เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่มนุษย์นำความรู้จากธรรมชาติวิทยามาคิดค้นและดัดแปลงธรรมชาติเพื่อแก้ปัญหาพื้นฐานในการดำรงชีวิต ในระยะแรกเทคโนโลยีที่นำมาใช้เป็นระดับพื้นฐานอาทิ การเพาะปลูก การชลประทาน การก่อสร้าง การทำเครื่องมือเครื่องใช้ การทำเครื่องปั้นดินเผา การทอผ้า เป็นต้น ปัจจัยการเพิ่มจำนวนของประชากร ข้อจำกัดด้านทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งการพัฒนาความสัมพันธ์กับต่างประเทศ เป็นปัจจัยสำคัญในการนำและการพัฒนาเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้น
เทคโนโลยีกับวิทยาศาสตร์มีความสัมพันธ์กันมาก เทคโนโลยีเกิดจากพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ถ่ายทอดมาจากประเทศตะวันตก ซึ่งศึกษาค้นคว้าทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ยุคปฏิวัติวิทยาศาสตร์ (คริสต์ศตวรรษที่ 16-17) ทำให้การพัฒนาเทคโนโลยีเจริญก้าวหน้าควบคู่ไปกับวิทยาศาสตร์ ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นความรู้ที่เกิดจากการสังเกตปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ คือการพยายามที่อธิบายว่าทำไมจึงเกิดอย่างนั้น เช่น นักฟิสิกส์ อธิบายว่า เมื่อขดลวดตัดสนามแม่เหล็กจะได้กระแสไฟฟ้า และน้ำเกิดจากไฮโดรเจนผสมกับออกซิเจน เป็นต้น ตั้งเป็นกฎเกณฑ์และทฤษฎีเพื่อถ่ายทอดและสอนให้ผู้อื่นได้ศึกษาและพัฒนา

ล้อ เทคโนโลยีที่มีการพัฒนาตั้งแต่ยุคโบราณ
ส่วนในความหมายของเทคโนโลยีเป็นการประยุกต์ นำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ และก่อให้เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติแก่มวลมนุษย์ กล่าวคือ เทคโนโลยีเป็นการนำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ ในการประดิษฐ์สิ่งดำที่สุดสูงสุด ส่วนที่เป็นข้อแตกต่างอย่างหนึ่งของเทคโนโลยี กับวิทยาศาสตร์ คือเทคโนโลยีจะขึ้นอยู่กับปัจจัยทางเศรษฐกิจเป็นสินค้ามีการซื้อขาย ส่วนความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นสมบัติส่วนรวมของชาวโลก มีการเผยแพร่โดยไม่มีการซื้อขายแต่อย่างใดกล่าวโดยสรุปคือ เทคโนโลยีสมัยใหม่เกิดขึ้นโดยมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นฐานรองรับ บทบาทของเทคโนโลยีต่อการพัฒนาประเทศไทยได้เล็งเห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาเป็นลำดับ เช่น การตราพระราชบัญญัติ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าในปี พศ 2514 และจัดตั้งกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการพลังงานแห่งชาติขึ้นในปี พศ 2522 ให้ทำหน้าที่หลักในการเผยแพร่และพัฒนาผลงานทางวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด ปัจจุบันเทคโนโลยีมีบทบาทต่อการพัฒนาอย่างมาก กล่าวโดยสรุปดังนี้
  1. เทคโนโลยีกับการพัฒนาอุตสาหกรรม การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการผลิต ทำให้ประสิทธิภาพในการผลิตเพิ่มขึ้น ประหยัดแรงงาน ลดต้นทุนและ รักษาสภาพแวดล้อม เทคโนโลยีที่มีบทบาทในการพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศไทย เช่น คอมพิวเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ การสื่อสาร เทคโนโลยีชีวภาพและพันธุกรรม วิศวกรรม เทคโนโลยีเลเซอร์ การสื่อสาร การแพทย์ เทคโนโลยีพลังงาน เทคโนโลยีวัสดุศาสตร์ เช่น พลาสติก แก้ว วัสดุก่อสร้าง โลหะ
  2. เทคโนโลยีกับการพัฒนาด้านการเกษตร ใช้เทคโนโลยีในการเพิ่มผลผลิต ปรับปรุงพันธุ์ เป็นต้น เทคโนโลยีมีบทบาทในการพัฒนาอย่างมาก แต่ทั้งนี้การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาจะต้องศึกษาปัจจัยแวดล้อมหลายด้าน เช่น ทรัพยากรสิ่งแวดล้อม ความเสมอภาคในโอกาสและการแข่งขันทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้เกิดความ ผสมกลมกลืนต่อการพัฒนาประเทศชาติและส่วนอื่น ๆ อีกมาก
ในทางเศรษฐศาสตร์ มองเทคโนโลยีว่าเป็นความรู้ของมนุษย์ ณ ปัจจุบัน ในการนำเอาทรัพยากรมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ (รวมถึงความรู้ว่าเราสามารถผลิตอะไรได้บ้าง) ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี จะเกิดขึ้นเมื่อความรู้ทางเทคนิคของเราเพิ่มขึ้น


ค่ายลูกเสือ

ค่ายลูกเสือ ที่ไปเข้ามา ทำให้เราได้เรียนรู้ในหลายๆเรื่อง เช่น ความสามัคคีกัน การพึ่งพาอาศัยกัน และการอยู่ร่วมกัน การอยู่ในกฎหมู่ และการพึ่งตัวเอง
ได้อยู่กับเพื่อน ได้เล่น ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน และได้เรียนรู้นิสัยกันอีกด้วย


ประวัติ Stitch


ชีวิต มีความท้าทายรออยู่สำหรับ ลีโล่ เด็กหญิงเหงาๆ ชาวฮาวาย ที่ใช้ชีวิตอยู่กับพี่สาววัย 19 ชื่อ นานี่ สาวน้อยทั้งสองดิ้นรนต่อสู้เลี้ยงดูตนเองแต่อะไรๆ ไม่ได้ดำเนินไปอย่างสวยงามนัก เมื่อ คอบร้า บับเบิลส์ นักสังคมสงเคราะห์จอมเครียดแวะมาเยี่ยม เขาก็พบสองสาวพี่น้องกำลังทะเลาะกันอย่างรุนแรง เขาจึงเตือนนานี่ว่า เธอมีเวลาเหลืออีกแค่ 3 วันเท่านั้น ในอันที่จะพิสูจน์ตัวเองว่า เหมาะสมแก่การทำหน้าที่ดูแลลีโล่ได้ หาไม่แล้วสถานการณ์ในบ้านหลังนี้ จะต้องเปลี่ยนแปลงแน่นอน และแล้วในเย็นวันนั้น ลีโล่ก็เห็นดาวตกผ่านหน้าต่างห้องนอน เธอจึงอธิษฐานขอ "ใครซักคนก็ได้มาเป็นเพื่อน ใครซักคนที่จะไม่วิ่งหนีหนูไป" ก่อนเสริมด้วยว่า "ท่านส่งเทวดามาให้หนูก็ได้ เทวดาที่น่ารักที่สุดที่ท่านมีอยู่น่ะค่ะ"แต่ ในความจริง ดาวตกดวงนั้นคือยานอวกาศของ สติทช์ สิ่งมีชีวิตประหลาด (ที่รู้จักกันในชื่อ "การทดลอง 626") ซึ่งเพิ่งหนีมาจากดาวทูโร่ นักวิทยาศาสตร์ชื่อ จัมบ้า ผู้สร้างมันขึ้นมาพูดถึงสติทช์ว่า เป็นอะไรที่ "กันกระสุน กันไฟ และคิดได้เร็วยิ่งกว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์ซะอีก มันมองเห็นได้ในความมืด และยกวัตถุอะไรๆ ที่ใหญ่โตกว่าตัวมันถึง 3 พันเท่าได้ สัญชาตญาณอย่างเดียวของมันก็คือ.. ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่มันสัมผัส" ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ไม่น่าประทับใจเอาเสียเลย ในสายตาของสมาชิกสภาหญิง แห่งสหพันธ์กาแล็กติค เธอจึงจับจัมบ้าเข้าคุก และพิพากษาให้ส่งตัวสติทช์ ไปยังดาวเคราะห์น้อยไกลลิบ แต่ก่อนที่กัปตันแกนทู จะลงมือกำจัดสติทช์ตามคำสั่ง มันก็ขโมยยานของตำรวจ และบังคับให้พุ่งด้วยความเร็วสูง หนีมายังโลกได้ทันเวลา สมาชิกสภาไม่มีทางเลือกอื่นอีก จึงต้องเสนอว่า จะปล่อยตัวจัมบ้าเป็นอิสระ หากเขาตามจับสติทช์กลับมาได้ และเพื่อจะคอยควบคุมปฏิบัติการของจัมบ้าไว้ ไม่ให้คลาดสายตา เธอจึงส่ง พลีคลี่ย์ เอเลี่ยนผู้สนใจศึกษาโลกมนุษย์เป็นพิเศษ และมีสามขากับตาหนึ่งข้างให้ติดตามมาด้วย (โดยความรู้ทั้งมวลที่พลีคลี่ย์มีเกี่ยวกับโลกนั้น ได้มาจากการดูภาพใน View-master® ล้วนๆ )ฝ่ายสติทช์นั้นบังคับยานมาถึงโลก และเคราะห์ร้ายดิ่งเข้าใส่รถบรรทุกน้ำตาลทรายเต็มเปา เมื่อฟื้นขึ้นมาอีกทีก็พบว่า ตัวเองอยู่ในบ้านดูแลสัตว์หลังหนึ่ง และฉายแววเสน่ห์น่ารักเข้าตา จนลีโล่เก็บมันไปเลี้ยง (พร้อมกับตั้งชื่อให้ว่า สติทช์) ทักษะสุดล้ำหน้า ทำให้มันสามารถเก็บซ่อนแขนขาพิเศษ (จาก 6 เหลือ 4 ข้าง), เสาอากาศและเดือยบนหลังได้ เพื่อให้ตัวเองดูเหมือนหมาหน้าตาพิลึกๆ ตัวหนึ่ง แม้พี่สาวของลีโล่ และลูกจ้างบ้านดูแลสัตว์จะผวาหน้าตาของมัน แต่ลีโล่กลับหลงรักสติทช์ และยืนกรานจะนำกลับไปเลี้ยงที่บ้านให้ได้ ขณะที่สติทช์เองก็รู้ว่า ลีโล่กับนานี่มีที่คุ้มภัย ให้มันรอดจากเงื้อมมือชองจัมบ้ากับพลีคลี่ย์ได้ มันจึงยินดีที่จะถูกรับตัวไปเลี้ยง และทำตัว "ติดหนึบ" กับครอบครัวใหม่ของมันทันทีแต่ชีวิตใหม่ก็ไม่ได้ราบรื่นเอาซะเลย สติทช์เริ่มสำแดงพฤติกรรมร้ายๆ และสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายไม่หยุดหย่อน จนแทบจะเรียกได้ว่า เป็นสัตว์เลี้ยงที่น่ารักน้อยที่สุดแล้วบนโลกใบนี้ เมื่อลีโล่พามันไปร้านอาหารที่นานี่ทำงานอยู่ สติทช์ก็สร้างความพินาศจนนานี่ถูกไล่ออกจากงาน แต่ถึงอย่างนั้นลีโล่ก็ยังปกป้องมัน และกระตุ้นให้มันทำตัวเป็นประชากรตัวอย่าง เหมือนฮีโร่ของเธอคือ เอลวิส เพรสลี่ย์ ด้วย เดวิด คาเวน่า แฟนเก่า และเพื่อนร่วมงานของนานี่ พยายามช่วยให้ทุกคนอารมณ์ดีขึ้น ด้วยการชวนไปเล่นโต้คลื่นในตอนบ่าย ซึ่งสติทช์ก็สามารถเอาชนะ อาการเกลียดการเล่นเซิร์ฟของมันได้สำเร็จ แถมยังติดอกติดใจไม่ยอมเลิก จนเมื่อจัมบ้ากับพลีคลี่ย์มาพบเข้า ทั้งคู่ก็ดึงมันให้จมลงใต้น้ำ แต่เดวิดเข้ามาช่วยชีวิตไว้ได้ทันเวลาคอบ ร้า บับเบิลส์ เห็นภาพความวุ่นวายบนชายหาดเข้าเต็มตา จึงบอกกับนานี่ว่า เขาไม่มีทางเลือกอื่นใดอีกแล้ว นอกจากแยกตัวลีโล่ไปซะ สติทช์จึงรู้ตัวเดี๋ยวนั้นเองว่า มันกำลังทำลายครอบครัวน้อยๆ นี้ ขณะที่ความปรารถนาโอฮาน่า ('ohana - ศัพท์ฮาวายเอี้ยน หมายถึงแนวคิดเรื่องครอบครัว ที่จะไม่มีการทอดทิ้ง หรือหลงลืมใครไว้ตามลำพัง) ของลีโล่ก็จางลงอย่างรวดเร็ว และเมื่อสมาชิกสภาหญิง ไล่จัมบ้ากับพลีคลี่ย์ออก เพราะปฏิบัติการล้มเหลว ทั้งคู่ก็ตัดสินใจลงมือครั้งสุดท้าย ด้วยการไล่ตามสติทช์ ไปถึงบ้านของลีโล่กับนานี่ แล้วพังบ้านนั้นทิ้ง แต่ก็ยังจับตัวสติทช์ไม่สำเร็จอยู่นั่นเอง ในช่วงเวลาที่อะไรๆ เลวร้ายถึงขีดสุด กัปตันแกนทูก็เดินทางมา พร้อมยานลำยักษ์ เพื่อจับตัวสติทช์ มันหนีไปได้ แต่ลีโล่กลับถูกจับแทน สติทช์ซึ่งตระหนักในที่สุดว่า มันเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวลีโล่กับนานี่ จึงเกลี้ยกล่อมจัมบ้ากับพลีคลี่ย์ ให้ร่วมแรงกันช่วยลีโล่ออกมา การไล่ล่าอันดุเดือดทั่วเกาะฮาวายจึงเกิดขึ้น และสติทช์สามารถช่วยลีโล่ออกมาได้สำเร็จ ร้อนถึงสมาชิกสภาหญิง ต้องตัดสินใจออกมาเป็นผู้ควบคุมตัวสติทช์เอง และเกมนี้ดูเหมือนจะจบสิ้นลงในที่สุด แต่.. กฎของเกมก็ไม่ได้ดำเนินไปอย่างที่ใครๆ คาดคิด!

Stitch! การ์ตูนที่ฉายอยู่ทางช่อง 7 สี อยู่ตอนนี้คือ การ์ตูนซีรียส์ ที่ได้ปรับ ตัวสถานที่ของภาพยนตร์แอนิเมชั่น ที่สืบต่อมาจาก Lilo & Stitch ชุดที่วอลท์ดิสนีย์สตูดิโอแอนิเมชั่นสร้าง 

เรื่องนี้เปิดตัวครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นในเดือนตุลาคม 2008 โดยมีตัวแสดง เด็กสาวญี่ปุ่นชื่อ Yuna ในสถานที่ของลีโล ตั้งอยู่บนเกาะสมมติใน Ryukyus ห่างจากฝั่งโอกินาว่า แทน ฮาวาย เรียกว่า Izayoi Anime เปลี่ยนฮาวาย เป็นเกาะโอกินาว่า เปลี่ยน ฮูล่า ของ Lilo เป็นคาราเต้ของ Yuna 



และยังมีต่ออีก 2 ซีรียส์
ซีรียส์ที่ 2 ชื่อ Stitch! The Mischievous Alien's Great Adventure เริ่มออกอากาศในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2009 

ซีรียส์ที่ 3 มีชื่อว่า Stitch! Best Friends Forever ออกอากาศทางทีวีอาซาฮี วันที่ 6 กรกฎาคม 2010

วันอังคารที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2557

ประวัติส่วนตัวของสติช...


ประวัติ Stitch


ชีวิต มีความท้าทายรออยู่สำหรับ ลีโล่ เด็กหญิงเหงาๆ ชาวฮาวาย ที่ใช้ชีวิตอยู่กับพี่สาววัย 19 ชื่อ นานี่ สาวน้อยทั้งสองดิ้นรนต่อสู้เลี้ยงดูตนเองแต่อะไรๆ ไม่ได้ดำเนินไปอย่างสวยงามนัก เมื่อ คอบร้า บับเบิลส์ นักสังคมสงเคราะห์จอมเครียดแวะมาเยี่ยม เขาก็พบสองสาวพี่น้องกำลังทะเลาะกันอย่างรุนแรง เขาจึงเตือนนานี่ว่า เธอมีเวลาเหลืออีกแค่ 3 วันเท่านั้น ในอันที่จะพิสูจน์ตัวเองว่า เหมาะสมแก่การทำหน้าที่ดูแลลีโล่ได้ หาไม่แล้วสถานการณ์ในบ้านหลังนี้ จะต้องเปลี่ยนแปลงแน่นอน และแล้วในเย็นวันนั้น ลีโล่ก็เห็นดาวตกผ่านหน้าต่างห้องนอน เธอจึงอธิษฐานขอ "ใครซักคนก็ได้มาเป็นเพื่อน ใครซักคนที่จะไม่วิ่งหนีหนูไป" ก่อนเสริมด้วยว่า "ท่านส่งเทวดามาให้หนูก็ได้ เทวดาที่น่ารักที่สุดที่ท่านมีอยู่น่ะค่ะ"แต่ ในความจริง ดาวตกดวงนั้นคือยานอวกาศของ สติทช์ สิ่งมีชีวิตประหลาด (ที่รู้จักกันในชื่อ "การทดลอง 626") ซึ่งเพิ่งหนีมาจากดาวทูโร่ นักวิทยาศาสตร์ชื่อ จัมบ้า ผู้สร้างมันขึ้นมาพูดถึงสติทช์ว่า เป็นอะไรที่ "กันกระสุน กันไฟ และคิดได้เร็วยิ่งกว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์ซะอีก มันมองเห็นได้ในความมืด และยกวัตถุอะไรๆ ที่ใหญ่โตกว่าตัวมันถึง 3 พันเท่าได้ สัญชาตญาณอย่างเดียวของมันก็คือ.. ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่มันสัมผัส" ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ไม่น่าประทับใจเอาเสียเลย ในสายตาของสมาชิกสภาหญิง แห่งสหพันธ์กาแล็กติค เธอจึงจับจัมบ้าเข้าคุก และพิพากษาให้ส่งตัวสติทช์ ไปยังดาวเคราะห์น้อยไกลลิบ แต่ก่อนที่กัปตันแกนทู จะลงมือกำจัดสติทช์ตามคำสั่ง มันก็ขโมยยานของตำรวจ และบังคับให้พุ่งด้วยความเร็วสูง หนีมายังโลกได้ทันเวลา สมาชิกสภาไม่มีทางเลือกอื่นอีก จึงต้องเสนอว่า จะปล่อยตัวจัมบ้าเป็นอิสระ หากเขาตามจับสติทช์กลับมาได้ และเพื่อจะคอยควบคุมปฏิบัติการของจัมบ้าไว้ ไม่ให้คลาดสายตา เธอจึงส่ง พลีคลี่ย์ เอเลี่ยนผู้สนใจศึกษาโลกมนุษย์เป็นพิเศษ และมีสามขากับตาหนึ่งข้างให้ติดตามมาด้วย (โดยความรู้ทั้งมวลที่พลีคลี่ย์มีเกี่ยวกับโลกนั้น ได้มาจากการดูภาพใน View-master® ล้วนๆ )ฝ่ายสติทช์นั้นบังคับยานมาถึงโลก และเคราะห์ร้ายดิ่งเข้าใส่รถบรรทุกน้ำตาลทรายเต็มเปา เมื่อฟื้นขึ้นมาอีกทีก็พบว่า ตัวเองอยู่ในบ้านดูแลสัตว์หลังหนึ่ง และฉายแววเสน่ห์น่ารักเข้าตา จนลีโล่เก็บมันไปเลี้ยง (พร้อมกับตั้งชื่อให้ว่า สติทช์) ทักษะสุดล้ำหน้า ทำให้มันสามารถเก็บซ่อนแขนขาพิเศษ (จาก 6 เหลือ 4 ข้าง), เสาอากาศและเดือยบนหลังได้ เพื่อให้ตัวเองดูเหมือนหมาหน้าตาพิลึกๆ ตัวหนึ่ง แม้พี่สาวของลีโล่ และลูกจ้างบ้านดูแลสัตว์จะผวาหน้าตาของมัน แต่ลีโล่กลับหลงรักสติทช์ และยืนกรานจะนำกลับไปเลี้ยงที่บ้านให้ได้ ขณะที่สติทช์เองก็รู้ว่า ลีโล่กับนานี่มีที่คุ้มภัย ให้มันรอดจากเงื้อมมือชองจัมบ้ากับพลีคลี่ย์ได้ มันจึงยินดีที่จะถูกรับตัวไปเลี้ยง และทำตัว "ติดหนึบ" กับครอบครัวใหม่ของมันทันทีแต่ชีวิตใหม่ก็ไม่ได้ราบรื่นเอาซะเลย สติทช์เริ่มสำแดงพฤติกรรมร้ายๆ และสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายไม่หยุดหย่อน จนแทบจะเรียกได้ว่า เป็นสัตว์เลี้ยงที่น่ารักน้อยที่สุดแล้วบนโลกใบนี้ เมื่อลีโล่พามันไปร้านอาหารที่นานี่ทำงานอยู่ สติทช์ก็สร้างความพินาศจนนานี่ถูกไล่ออกจากงาน แต่ถึงอย่างนั้นลีโล่ก็ยังปกป้องมัน และกระตุ้นให้มันทำตัวเป็นประชากรตัวอย่าง เหมือนฮีโร่ของเธอคือ เอลวิส เพรสลี่ย์ ด้วย เดวิด คาเวน่า แฟนเก่า และเพื่อนร่วมงานของนานี่ พยายามช่วยให้ทุกคนอารมณ์ดีขึ้น ด้วยการชวนไปเล่นโต้คลื่นในตอนบ่าย ซึ่งสติทช์ก็สามารถเอาชนะ อาการเกลียดการเล่นเซิร์ฟของมันได้สำเร็จ แถมยังติดอกติดใจไม่ยอมเลิก จนเมื่อจัมบ้ากับพลีคลี่ย์มาพบเข้า ทั้งคู่ก็ดึงมันให้จมลงใต้น้ำ แต่เดวิดเข้ามาช่วยชีวิตไว้ได้ทันเวลาคอบ ร้า บับเบิลส์ เห็นภาพความวุ่นวายบนชายหาดเข้าเต็มตา จึงบอกกับนานี่ว่า เขาไม่มีทางเลือกอื่นใดอีกแล้ว นอกจากแยกตัวลีโล่ไปซะ สติทช์จึงรู้ตัวเดี๋ยวนั้นเองว่า มันกำลังทำลายครอบครัวน้อยๆ นี้ ขณะที่ความปรารถนาโอฮาน่า ('ohana - ศัพท์ฮาวายเอี้ยน หมายถึงแนวคิดเรื่องครอบครัว ที่จะไม่มีการทอดทิ้ง หรือหลงลืมใครไว้ตามลำพัง) ของลีโล่ก็จางลงอย่างรวดเร็ว และเมื่อสมาชิกสภาหญิง ไล่จัมบ้ากับพลีคลี่ย์ออก เพราะปฏิบัติการล้มเหลว ทั้งคู่ก็ตัดสินใจลงมือครั้งสุดท้าย ด้วยการไล่ตามสติทช์ ไปถึงบ้านของลีโล่กับนานี่ แล้วพังบ้านนั้นทิ้ง แต่ก็ยังจับตัวสติทช์ไม่สำเร็จอยู่นั่นเอง ในช่วงเวลาที่อะไรๆ เลวร้ายถึงขีดสุด กัปตันแกนทูก็เดินทางมา พร้อมยานลำยักษ์ เพื่อจับตัวสติทช์ มันหนีไปได้ แต่ลีโล่กลับถูกจับแทน สติทช์ซึ่งตระหนักในที่สุดว่า มันเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวลีโล่กับนานี่ จึงเกลี้ยกล่อมจัมบ้ากับพลีคลี่ย์ ให้ร่วมแรงกันช่วยลีโล่ออกมา การไล่ล่าอันดุเดือดทั่วเกาะฮาวายจึงเกิดขึ้น และสติทช์สามารถช่วยลีโล่ออกมาได้สำเร็จ ร้อนถึงสมาชิกสภาหญิง ต้องตัดสินใจออกมาเป็นผู้ควบคุมตัวสติทช์เอง และเกมนี้ดูเหมือนจะจบสิ้นลงในที่สุด แต่.. กฎของเกมก็ไม่ได้ดำเนินไปอย่างที่ใครๆ คาดคิด!




สงสัยไหมค่ะ แฟนๆ Stitch ว่าไปไงมาไง Stitch ถึงมาโผล่ที่ญี่ปุ่นได้ ก็ดูทีวีช่อง 7 อยู่เหมือนกันนะ แต่ไม่ได้ดูตอนต้นๆ เลยไม่รู้ว่าโผล่มาไงเหมือนกัน ว่างๆ เลยค้นมาให้ เผื่อจะมีคนที่สงสัยเหมือนกัน

 

Stitch! การ์ตูนที่ฉายอยู่ทางช่อง 7 สี อยู่ตอนนี้คือ การ์ตูนซีรียส์ ที่ได้ปรับ ตัวสถานที่ของภาพยนตร์แอนิเมชั่น ที่สืบต่อมาจาก Lilo & Stitch ชุดที่วอลท์ดิสนีย์สตูดิโอแอนิเมชั่นสร้าง 

เรื่องนี้เปิดตัวครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นในเดือนตุลาคม 2008 โดยมีตัวแสดง เด็กสาวญี่ปุ่นชื่อ Yuna ในสถานที่ของลีโล ตั้งอยู่บนเกาะสมมติใน Ryukyus ห่างจากฝั่งโอกินาว่า แทน ฮาวาย เรียกว่า Izayoi Anime เปลี่ยนฮาวาย เป็นเกาะโอกินาว่า เปลี่ยน ฮูล่า ของ Lilo เป็นคาราเต้ของ Yuna 



และยังมีต่ออีก 2 ซีรียส์
ซีรียส์ที่ 2 ชื่อ Stitch! The Mischievous Alien's Great Adventure เริ่มออกอากาศในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2009 

ซีรียส์ที่ 3 มีชื่อว่า Stitch! Best Friends Forever ออกอากาศทางทีวีอาซาฮี วันที่ 6 กรกฎาคม 2010 

ตัวละครเอก 
ก็ไม่พ้น Stitch ของเรา หรือ ชื่อเดิม : 626มนุษย์ต่างดาวจากอวกาศ ที่วันหนึ่งได้มาลงยังเกาะที่ตั้งอยู่บนโลก ที่เรียกว่า Izayoi เกาะนอกชายฝั่งของเกาะโอกินาวา Stitch ได้ค้นพบ "จิตวิญญาณหิน" ในโอกินาว่า ด้วยความช่วยเหลือของเพื่อนใหม่ของเขา Yuna และเพื่อเรียนรู้ที่จะแข็งแกร่งที่สุดในจักรวาล ด้วยการทำความดี ดังนั้นความดีที่เขาทำก็จะถูกสะสม (ในนาฬิกา) แต่เมื่อใดที่เขามีแนวโน้มที่เป็นอันตราย เขาก็จะสูญเสียความดีนั้น

Yuna เธอเป็นเด็กอายุ 9 ปี เป็นนักเรียนโรงเรียนประถม ที่มีชีวิตบนเกาะสมมตินอกชายฝั่งของเกาะโอกินาวาใน Ryukyus เรียกว่า Izayoi Island อาศัยอยู่กับยาย เธอเรียนรู้และฝึกคาราเต้ จากคุณปู่ของเธอ 

พ่อของเธอเป็นนักชีววิทยาทางทะเลรอบเกาะโอกินาวาและแม่ของเธอเสียชีวิตเมื่อเธอเป็นเด็กทารก 

ชีวิตของเธอยังคงปกติสุข จนกระทั่งวันหนึ่งหลังจากที่บังเอิญพบกับสัตว์แปลกๆ ที่มาจากระบบ crashlanding Turo สัตว์ทดลอง 626 หรือที่เรารู้จักเขาสติทช์ ตั้งแต่นั้นมา เมื่อพวกเขาพบกัน ทั้งสองกลายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดและคู่ไปผจญภัยต่างๆ ในการสืบเสาะความดีของสติทช์ 

ผู้สร้างการ์ตูนได้ชื่อ Yuna จากชื่อภาษาญี่ปุ่นของชบาทะเลในโอกินาว่า (หรือที่รู้จักในญี่ปุ่นในฐานะ Yuna)
รายชื่อเพื่อนของสติช
 
รหัส 007
ชื่อ จีจี้ (ตั้งโดยเพื่อนของลิโล)
ออกแบบมาให้กวนคนโดยการเห่าหอนทั้งวันซึ่งก็เอาแต่เห่าอย่างเดียวจริง ๆ เลยล่ะ
เพราะลักษณะเหมือนหมาชิสุ เลยไม่มีใครรู้ว่าเป็นชีวิตทดลอง และเพื่อนของลิโล (จำชื่อไม่ได้ ที่ชอบแกล้งลิโลบ่อย ๆ น่ะ) ก็เอามาเลี้ยงไว้ก็มีความสุขและเข้ากันดีทั้งคู่อยู่แล้ว ลิโลก็เลยให้เพื่อนคนนั้นเลี้ยงเอาไว้เลย

 

รหัส 010
ชื่อ เฟลิกซ์
ถูกออกแบบมาให้ดูดทุกอย่างที่เห็นเป็นขยะและทำความสะอาดทุกอย่างที่เห็นว่าสกปรก
จัมบ้าสร้างขึ้นมาให้ทำความสะอาดบ้านตัวเองนั่นแล่ะ แต่เพราะมาตรฐานความสะอาดเกินพอดีของมัน เลยดูเหมือนจะผิดพลาดไปหน่อยพอลิโลสอนเรื่องความพอดีให้แล้ว มันก็ได้เป็นคนทำความสะอาดโรงเรียนสอนเต้นฮูล่าที่ลิโลเรียนอยู่
 
รหัส 151
ชื่อ เบบี้เฟียร์
น่ากลัวมาก
มันสามารถทำให้คนทั้งดวงดาวกลายเป็นเด็ก ทำให้ดาวดวงนั้นล่มสลายไปเลย
จำไม่ได้เหมือนกันแฮะ ว่าตอนหลังมันได้ไปอยู่บ้านไหน
แต่ตอนที่สติชกลายเป็นเด็กนี่ น่ารักมาก >_<

รหัส 221
ชื่อ สปาร์กี้
สามารถปั่นกระแสไฟฟ้าได้ในตัวเอง และสามารถกลายเป็นไฟฟ้าเดินทางไปในวัตถุตัวนำได้
และลิโลก็ให้มันเป็นผู้ดูแลประภาคารร้างที่ไม่มีการใช้งานเพราะเปลืองค่าน้ำมัน
นี่เองที่ทำให้ลิโลได้ความคิดที่ว่า ทุกคนจะต้องมีบ้านหรือครอบคัรวที่เหมาะสม

 
รหัส 258
ชื่อ แซมเปิ้ล
มันสามารถเลียนแบบเสียงได้ทุกชนิดที่มันได้ยิน และจะจดจำเสียงนั้นไว้ แล้วเอามาเล่นซ้ำไปเรื่อยๆ
จัมบ้าอ้างว่า มันทำให้ศัตรูรู้สึกหงุดหงิดได้ แต่ลิโลเห็นว่าเสียงที่แซมเปิ้ลเล่นนี่ เหมือนจังหวะดนตรีเลย
แล้วมันก็ได้ไปอยู่ในวงดนตรีแห่งหนึ่ง

รหัส 300
ชื่อ สปูกี้
อะไรก็ตามที่เป็นสิ่งที่ศัตรูกลัวที่สุด มันสามารถเปลี่ยนร่างเป็นสิ่งนั้นได้หมด
ตอนหลังก็ได้เป็นเพื่อนลิโลเล่นในเทศกาลฮัลโลวีน

 
หมายเลข 345
ชื่อ อีลาสติก้า
มีความยืดหยุ่นเหลือเชื่อ ทำให้หลบหลีกการโจมตีของศัตรูได้
โดนเก็บมาโดยคณะละครสัตว์เร่ร่อนที่มาเปิดการแสดงในเกาะที่ลิโลอยู่
หลังจากที่ลิโลช่วยไว้จากแกนตูแล้ว มันก็ออกเดินทางไปกับคณะละครสัตว์นั้น


หมายเลข 360
ชื่อ โดรวซี่
สามารถทำให้คนหลับลึกได้เลย
ตอนหลังได้ไปอยู่กับแมวมองดาราคนนึงที่มักเครียดกับงานจนนอนไม่หลับ

 
หมายเลข 513
ชื่อ ริคเตอร์
สามารถสร้างแผ่นดินไหวได้
ตอนหลังก็ไปอยู่ร้านขายของ ทำมิลค์เชคด้วยแรงเขย่าของมัน


รหัส 523
ชื่อ สลัชชี่
มีลมหายใจที่สามารถแช่แข็งได้ทุกสิ่ง
ตอนหลัง ก็มีร้านขายไอติมของตัวเอง


รหัส 601
ชื่อ คิกซ์
แรงดี และเก่งชกมวยมาก
แต่พอแพ้สติชในการท้าแข่ง ก็ยอมจำนนแต่โดยดี
และก็ได้ไปเป็นครูฝึกในฟิตเนส นำในรายการเต้นแอโรบิก ที่แม้แต่แกนตูก็ดูด้วย (แกนตูเป็นพวกเล่นกล้ามน่ะ)

รหัส 608
ชื่อ สลักเกอร์
ออกแบบมาให้สามารถสะท้อนอาวุธบินทุกชนิดด้วยการตีกลับไปที่หาง
ลิโลก็เลยให้มันเป็นโค้ชเบสบอลของเด็กซะ

รหัส 624
ชื่อ แองเจิ้ล
ออกแบบมาให้เป็นผู้นำกลุ่มชีวิตทดลองอื่น ๆ โดยเธอมีความสามารถในการทำสเน่ห์ชีวิตทดลองอื่นๆให้อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของเธอแต่กลับไม่มีผลกับสติช เพราะถูกสร้างมาทีหลัง (แน่นอนว่า 625 ด้วย)
แต่สติชก็หลงสเน่ห์เธออยู่ดีน่ะแล่ะ
ตอนหลังแกนตูจับตัวเธอไปได้

รหัส 625
ชื่อ Reuben
ออกแบบมาให้มีความสามารถเหมือนสติชทุกอย่าง + ความสามารถทางภาษาไปด้วยอีกอีกตะหาก
แต่ตัวมันเองกลับไม่อยากใช้เอง แถมขี้เกียจอีกตะหาก
วัน ๆ จะนั่งทำแซนวิช ฮอตดอก หรือแฮมเบอร์เกอร์ อะไรก็แล้วแต่ที่จะใช้ขนมปังประกบได้ แล้วก็กินมันทั้งวัน
ปัจจุบันเป็นคู่หูไร้ประโยชน์ของแกนตู ที่ทำได้แค่ทำอาหารให้แกนตูกิน


รหัส 626
ชื่อ สติช
ถูกสร้างมาโดยมีพลังมหาศาล สามารถใช้อาุวุธและเครื่องมือไฮเทคได้ทุกชนิด และให้มีความคิดในการทำลายล้างเมืองใหญ่เท่านั้น
แต่พอได้มาเป็นเพื่อนกับลิโลแล้ว ลิโลก็ได้พยายามสอนสติชในการอยู่ร่วมในสังคมมนุษย์
อย่างการดูแลรักษา การแบ่งปัน ความรักในพี่น้อง ผองเพื่อน และครอบครัว
ซึ่งสติชก็พยายามเรียนรู้ในแบบฉบับของตัวเอง ซึ่งดูน่ารักมากเลย

ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน (ญี่ปุ่น名探偵コナン Meitantei Conan ?) เป็นการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องยาวแนวสืบสวนสอบสวน เรื่องและภาพโดย อาโอยาม่า โกโช ซึ่งตีพิมพ์บนนิตยสารรายสัปดาห์โชเน็งซันเดย์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 โดยถูกตีพิมพ์ในหลายภาษาด้วยกัน นอกจากภาษาญี่ปุ่นแล้วยังมีภาษาอังกฤษภาษาจีนภาษาอินโดนีเซียภาษาฟินแลนด์ภาษาฝรั่งเศสภาษาเนเธอร์แลนด์ภาษาเยอรมันภาษาอิตาลีภาษามาเลเซียภาษาเกาหลีภาษาสเปนภาษาคาตาลันภาษาสวีเดนภาษานอร์เวย์ภาษาเดนมาร์กภาษาเวียดนามภาษาฟิลิปปินส์, และภาษาไทย
นอกจากยอดนักสืบจิ๋วโคนันจะถูกตีพิมพ์เป็นหนังสือการ์ตูนแล้วยังได้มีการนำมาดัดแปลงทำเป็นการ์ตูนซีรีส์โทรทัศน์โดยแอนิเมชันสตูดิโอโตเกียวมูฟวี่ชินชะ (โดยปัจจุบันรู้จักกันในชื่อของทีเอมเอส เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัด) โดยมีผู้กำกับอย่างโคดะมะ เคนจิ และยามาโมโตะ ยาซุยจิโร่ซึ่งนำออกอากาศผ่านสถานีโทรทัศน์นิปปอนสถานีโทรทัศน์โยมิอุริ, และสถานีโทรทัศน์แอนิแมกซ์ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2539 ด้วยกระแสตอบรับที่ดีของยอดนักสืบจิ๋วโคนันจึงได้มีการจัดทำการตูนภาพยนตร์ซึ่งออกฉายช่วงสัปดาห์หยุดยาวตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน ถึงวันที่ 5 พฤษภาคมของญี่ปุ่น (หรือโกลเด้นวีค)ของทุกๆปี อีกทั้งยังมีการจัดทำซี่รี่ส์คนแสดงอีกด้วย
คุโด้ ชินอิจิ นักสืบนักเรียนมัธยมปลายวัย 17 ปีถูกขนานนามว่า "ยอดนักสืบแห่งปีเฮย์เซย์" ได้แอบดูการเจรจาลับของชายชุดดำ โดยไม่ระวังว่าชายชุดดำอีกคนได้แอบลอบทำร้ายด้านหลัง แล้วถูกจับกรอกยาพิษที่ระบุว่าถูกผลิตภายในองค์กรของพวกเขา แต่ยาพิษนั้นกลับทำให้ชินอิจิตัวเล็กลงจนกลายเป็นเด็กอายุ 7 ขวบและเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น เอโดงาวะ โคนัน ด้วยความช่วยเหลือของดร.อากาสะ ฮิโรชิ และเพื่อสืบหาเบาะแสร่องรอยของชายชุดดำและเพื่อนำยาแก้พิษกลับมา จึงได้ไปอยู่กับโมริ รันเพื่อนตั้งแต่สมัยเด็กที่สำนักงานนักสืบโมริ ซึ่งพ่อของรัน โมริ โคโกโร่เป็นนักสืบเอกชน แต่ทว่าโคโกโร่เป็นนักสืบที่พึ่งพาไม่ได้เลย โคนันซึ่งเป็นร่างเด็กของชินอิจิจึงได้ใช้อุปกรณ์ที่ประดิษฐ์โดยดร.อากาสะ ฮิโรชิ ช่วยคลี่คลายคดีต่างๆแทนโคโกโร่เพื่อให้โคโกโร่มีชื่อเสียงขึ้นมา และรอผู้จ้างวานที่จะได้เบาะแสของชายชุดดำ ชินอิจิเพราะอยู่ในร่างของเด็กจึงต้องกลับไปเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่โรงเรียนประถมเทตันใหม่อีกครั้ง และได้ก่อตั้งขบวนการนักสืบเยาวชนกับเพื่อนร่วมชั้นอย่างโยชิดะ อายูมิซึบุรายะ มิซึฮิโกะ, และโคจิมะ เก็นตะ
การสืบหาชายชุดดำและยาแก้พิษของโคนันก็ได้ดำเรื่อยมา ได้เกิดคดีต่างๆและค้นพบบุคคลสำคัญต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพวกชายชุดดำมากขึ้นอย่าง มิยาโนะ อาเคมิ หนึ่งในสมาชิกปลายแถวในองค์กรชุดดำ มิยาโนะ ชิโฮะหรือไฮบาระ ไอ มีโค้ดเมว่าเชอร์รี่อดีตสมาชิกองค์กรชุดดำ และนักวิทยาศาสตร์ผู้ประดิษฐ์คิดค้นยา APTX4869ที่ทำให้โคนันตัวเล็กลงอีกด้วย
อย่างไรก็ดียอดนักสืบจิ๋วโคนันเป็นการ์ตูนเรื่องยาวที่มีการดำเนินเรื่องราวคดี, ความสัมพันธ์และความรักของตัวละคร, และองค์กรชุดดำที่ดำเนินไปอย่างช้าๆ โดยยังไม่มีการกล่าวถึงตอนจบแต่ประการใดแต่ได้มีการแต่งฟิคตอนจบมากมายโดยแฟนคลับที่ติดตามโคนัน ^^

ฉบับหนังสือการ์ตูน[แก้]

หน้าปกของเล่มที่ 1 ที่พิมพ์โดยโชงะกุกัง
ข้อมูลเพิ่มเติมที่ รายชื่อตอนในยอดนักสืบจิ๋วโคนัน (มังงะ)
ในปี พ.ศ. 2537 ตลาดหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นได้มีการปรากฏการ์ตูนแนวสืบสวนมากขึ้น หลังจากการตีพิมพ์การ์ตูนเรื่องคินดะอิจิยอดนักสืบ อาจารย์อาโอยาม่า โกโชเริ่มที่จะวาดตัวการ์ตูนเรื่องยอดนักสืบจิ๋วโคนันในช่วงนี้ ผลงานบทแรกของเขาได้ปรากฏในนิตยสารการ์ตูนรายสัปดาห์โชงะกุกังโชเน็งซันเดย์ ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ปีเดียวกัน อาจารย์อาโอยาม่า โกโชได้นำเค้าโครงเรื่องมากจากเรื่อง อาร์แซน ลูแปงเชอร์ล็อก โฮมส์, และหนังซามูไรของ อากิระ คุโรซาวา อาจารย์อาโอยาม่า โกโชเคยบอกไว้ว่าอาจารย์จะใช้เวลาเฉลี่ยในการคิดคดีใหม่ ๆ ในการ์ตูนราว 4 ชั่วโมง ถ้าคดีไหนยิ่งซับซ้อนมากก็จะใช้เวลามากกว่า 12 ชั่วโมง คดีทุกคดีจะประกอบด้วยหลาย ๆ บท และจะถูกคลี่คลายในตอนจบทุกครั้งโดยตัวละครจะอธิบายในรูปแบบง่าย ๆ อาจารย์อาโอยาม่า โกโชยังคงใช้ภาษาง่าย ๆ ให้ผู้อ่านได้ติดตามผลงานของเรื่องไปเรื่อย ๆ
ยอดนักสืบจิ๋วโคนันได้กลายเป็นหนังสือการ์ตูนเรื่องยาวที่มีมากกว่า 900 บท โดยทุก ๆ บทได้ถูกรวบรวมโดยโชงะกุกัง โดยเล่มแรกได้ออกวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2537 และผู้ช่วยของอาจารย์อาโอยาม่า โกโช ก็ได้เขียนและจัดพิมพ์โคนันแบบ Side Story จำนวน 41 เล่มแล้วด้วยกัน
ยอดนักสืบจิ๋วโคนันได้ขอลิขสิทธิ์ในการตีพิมพ์ไปทั่วโลกเช่น จีน ฝรั่งเศส เยอรมนี อินโดนีเซีย ฟินแลนด์ และไทย โดยในสหรัฐอมเริกาได้ถูกตีพิมพ์โดยวีซ มีเดียโดยได้ใช้ชื่อเรื่องว่า "Case Closed"